LINE สอบถามราคา

กันเสียงและอะคูสติก

กันเสียงจากภายนอก (ถนน ทางด่วน เครื่องบิน) เข้าห้องนอนอย่างไร?

8 นาที · เรียบเรียงโดยทีมงาน · ปรับปรุงล่าสุด 27 ก.ย. 2569

ภาพตัดห้องนอนที่มีหน้าต่างสองชั้น ด้านนอกเป็นถนนและทางยกระดับที่มีรถวิ่ง คลื่นเสียงสีแดงพุ่งมาที่หน้าต่าง
สรุปสั้น

เสียงจากภายนอกส่วนใหญ่เข้าห้องทางจุดที่อ่อนที่สุด คือหน้าต่าง ประตู และรอยรั่วรอบวงกบหรือช่องแอร์ จึงควรแก้ที่จุดเหล่านี้ก่อน ด้วยการปิดรอยรั่ว เพิ่มหน้าต่างหรือประตูอีกชั้นโดยเว้นช่องอากาศ หรือปิดหน้าต่างที่ไม่ใช้ด้วยผนังเบาที่ใส่ฉนวนในโพรง ถ้าเสียงดังมาก เช่น เครื่องบินหรือรถบรรทุก ต้องพิจารณาผนังและฝ้าหรือหลังคาด้วย ส่วนแผ่นซับเสียงที่ติดในห้องไม่ได้กันเสียงจากข้างนอก

ทำไมเสียงข้างนอกถึงเข้าห้องได้ง่าย

เสียงเข้าห้องได้พร้อมกันหลายทาง: ผ่านกระจก ผ่านบานประตู ผ่านผนัง ผ่านหลังคาและฝ้า และลอดผ่านรอยรั่วทุกจุดที่อากาศผ่านได้ ระดับเสียงที่ได้ยินในห้องคือผลรวมของทุกทาง ดังนั้นทางที่อ่อนที่สุดจะเป็นตัวกำหนดผล ถ้าผนังปูนหนาแต่หน้าต่างบานเลื่อนปิดไม่สนิท เสียงก็ยังเข้าทางหน้าต่างอยู่ดี

จากประสบการณ์หน้างาน ห้องนอนที่มีปัญหาเสียงจากถนนหรือเครื่องบินมักมีลักษณะคล้ายกัน:

  • หน้าต่างบานเลื่อนที่มีร่องรอบบาน ปิดแล้วอากาศยังผ่านได้
  • ประตูที่เปิดออกภายนอกหรือระเบียงอยู่ในห้องนอนโดยตรง
  • ช่องเปิดรอบท่อแอร์ ช่องระบายอากาศ ที่ไม่ได้อุดให้สนิท
  • ฝ้าชั้นเดียวใต้หลังคากระเบื้อง ซึ่งมีรอยต่อให้เสียงผ่านได้ และเจาะช่องโคมดาวน์ไลต์ไว้หลายจุด

เสียงแบบไหนกันยาก

เสียงจากการจราจร รถบรรทุก รถไฟ และเครื่องบินมีเสียงความถี่ต่ำ (เสียงทุ้ม เสียงหึ่ง) ค่อนข้างมาก เสียงความถี่ต่ำผ่านกระจกและผนังเบาได้ง่ายกว่าเสียงแหลม และแก้ยากกว่า เพราะต้องอาศัยมวลที่มากขึ้นและช่องอากาศที่กว้างขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงมีค่าอีกตัวสำหรับเสียงภายนอกโดยเฉพาะ คือ OITC (Outdoor-Indoor Transmission Class) ตามมาตรฐาน ASTM E1332 ซึ่งคิดจากสเปกตรัมเสียงของการคมนาคม (เครื่องบินขึ้น การจราจรบนถนน และหัวรถจักรดีเซล) และครอบคลุมความถี่ต่ำกว่าค่า STC ปกติ ถ้าผู้ผลิตหน้าต่างหรือระบบผนังมีทั้งค่า STC และ OITC ค่า OITC จะสะท้อนการกันเสียงจราจรหรือเครื่องบินได้ใกล้เคียงกว่า และค่า STC หรือ OITC เป็นค่าของชิ้นส่วนหรือระบบที่ทดสอบ ไม่ใช่ของวัสดุชิ้นเดียว อ่านเพิ่มที่ ค่า STC และ Rw คืออะไร

การกันเสียงช่วยลดเสียงภายนอกให้เบาลงจนรบกวนน้อยลง แต่แทบไม่มีทางทำให้เงียบสนิท โดยเฉพาะเสียงทุ้มจากเครื่องบินหรือรถใหญ่ ผลที่ได้ขึ้นกับระดับเสียงข้างนอก สภาพห้องเดิม และงานทุกส่วนที่ทำร่วมกัน

ควรแก้จุดไหนก่อน

ลำดับที่มักคุ้มที่สุดคือเริ่มจากจุดอ่อนที่สุดก่อน:

  1. อุดรอยรั่ว — ขอบวงกบ ร่องบานเลื่อน ช่องท่อแอร์ ช่องสายไฟ ช่องใต้ประตู ใช้ยางหรือเส้นซีลที่ปิดได้แนบ และวัสดุยาแนวที่ยืดหยุ่น
  2. หน้าต่างและประตู — เพิ่มอีกชั้นหรือเปลี่ยนเป็นแบบกันเสียง (รายละเอียดด้านล่าง)
  3. ผนัง — ผนังด้านที่หันไปทางถนนหรือแหล่งเสียง อาจเสริมผนังเบาอีกชั้นด้านใน
  4. ฝ้าและหลังคา — สำคัญมากสำหรับเสียงเครื่องบินและห้องชั้นบนสุดที่ใต้หลังคาเป็นโถงโล่ง

ถ้าแก้ผนังหรือฝ้าก่อนแต่หน้าต่างยังรั่ว มักรู้สึกว่าเสียงลดลงไม่มาก เพราะเสียงยังเข้าทางหน้าต่าง

หน้าต่าง: จุดที่มักอ่อนที่สุด

หน้าต่างอีกชั้นที่มีช่องอากาศกว้าง

งานวิจัยของ National Research Council Canada (NRC) อธิบายว่ากระจกสองชั้นที่ช่องอากาศแคบ (เช่น กระจกฉนวนสำเร็จรูปบางแบบ) กันเสียงได้ดีกว่ากระจกชั้นเดียวเพียงเล็กน้อย เพราะอากาศในช่องทำตัวเหมือนสปริงส่งแรงสั่นจากแผ่นหนึ่งไปอีกแผ่น และจุดอ่อนนี้ตกอยู่ในช่วงความถี่ที่เสียงจราจรและเครื่องบินมีมาก เมื่อช่องอากาศกว้างขึ้น ผลกันเสียงจะดีขึ้นชัดเจน

ในทางปฏิบัติจึงนิยมติดหน้าต่างกันเสียงอีกชุดซ้อนด้านใน โดยเก็บหน้าต่างเดิมไว้ ให้มีช่องอากาศกว้างระหว่างสองชุด ข้อดีคือไม่ต้องรื้อของเดิม ซึ่งอาจทำให้ผนังเสียหาย และเหมาะกับคอนโดหรืออาคารที่ห้ามเปลี่ยนหน้าต่างด้านนอก

เลือกหน้าต่างกันเสียงอย่างไร

  • ปิดได้แนบสนิท — บานเปิดที่กดบานเข้าหายางรอบวงกบมักปิดได้แน่นกว่าบานเลื่อน หน้าต่างที่เปิดได้ถึงมีซีลดีก็ยังกันเสียงได้น้อยกว่าบานตายแบบเดียวกัน
  • กระจก — กระจกที่หนาหรือหนักกว่าช่วยได้ แต่ได้ผลจำกัดเพราะความแข็งของกระจกเอง กระจกลามิเนตช่วยลดจุดอ่อนในช่วงเสียงแหลมได้ แต่ไม่ได้แก้เสียงทุ้มโดยตรง
  • กรอบและการติดตั้ง — กรอบที่เบาหรือบางเกินไปอาจกลายเป็นทางผ่านของเสียง และต้องยาแนวรอบวงกบกับผนังให้สนิทหลังติดตั้ง
  • ขนาด — หน้าต่างยิ่งใหญ่ เสียงยิ่งเข้าได้มาก ใช้ขนาดเท่าที่จำเป็นต่อแสงและการใช้งาน

ขอค่า STC หรือ OITC ของหน้าต่างรุ่นนั้นทั้งชุดจากผู้ผลิต อย่าดูแค่ความหนากระจก

ถ้าไม่ได้ใช้หน้าต่างบานนั้นเลย

ถ้าหน้าต่างหรือประตูบานใดไม่จำเป็นต่อแสงหรือทางออก การปิดทับด้วยผนังเบามักกันเสียงได้ดีกว่าการติดหน้าต่างกันเสียงอีกชุด และประหยัดกว่า วิธีทั่วไปคือ:

  1. ปิดช่องหน้าต่างด้วยแผ่นยิปซัมก่อนหนึ่งชั้น
  2. ตั้งโครงผนังเบาด้านใน
  3. ใส่ฉนวนใยแก้วหรือใยหินในโพรงให้เต็มหน้า
  4. ปิดด้วยแผ่นผนังตามที่ระบบกำหนด (มักใช้แผ่นยิปซัมหลายชั้น) ฉาบรอยต่อทุกชั้น และยาแนวขอบรอบผนังให้สนิท

ข้อเสียคือห้องจะเสียแสงและการระบายอากาศทางหน้าต่าง ถ้ายังต้องการแสง ให้ทำผนังเสริมแล้วเว้นช่องติดหน้าต่างกันเสียงขนาดเล็กเท่าที่จำเป็นแทน

อย่าลืมทางออกฉุกเฉิน

ก่อนปิดหน้าต่างถาวร ตรวจว่าห้องยังมีทางออกและการระบายอากาศเพียงพอ และเป็นไปตามข้อกำหนดของอาคารหรือนิติบุคคล งานรื้อหรือย้ายแอร์ให้ช่างที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ทำ

ประตูที่เปิดออกภายนอก

ประตูบานเลื่อนออกระเบียงหรือประตูที่เปิดออกนอกบ้านเป็นจุดอ่อนแบบเดียวกับหน้าต่าง วิธีที่ใช้บ่อยคือติดประตูกันเสียงอีกบานซ้อนด้านใน โดยยังเปิดออกไปใช้ประตูเดิมได้ ประตูกันเสียงต้องมีซีลรอบบานและที่ขอบล่าง ดูเพิ่มที่ ประตูกันเสียง ถ้ากำลังสร้างบ้านใหม่ การวางประตูออกภายนอกไว้นอกห้องนอนจะช่วยได้มาก

ผนัง ฝ้า และหลังคา

ผนัง

ผนังก่อที่หนักและแน่นกันเสียงได้ดีกว่าผนังเบา ถ้าหน้าต่างและรอยรั่วแก้แล้วแต่ยังได้ยินเสียงผ่านผนัง อาจเสริมผนังเบาอีกชั้นด้านใน โดยตั้งโครงแยกจากผนังเดิม ใส่ฉนวนในโพรง และปิดแผ่นผนังให้สนิท ผนังเสริมนี้ยังใช้เป็นที่ติดวงกบหน้าต่างหรือประตูกันเสียงชุดใหม่ได้ด้วย หลักการที่ฉนวนในโพรงช่วยได้อธิบายไว้ใน ทำไมใส่ฉนวนในโพรงผนังแล้วกันเสียงได้ดีขึ้น

ฝ้าและหลังคา

เสียงเครื่องบินมาจากด้านบน หลังคาจึงรับพลังงานเสียงมาก หลังคากระเบื้องมีรอยต่อที่เสียงผ่านได้ ถ้าฝ้าเป็นแผ่นบางชั้นเดียว เสียงจะเข้าห้องง่าย แนวทางที่ใช้กันคือ:

  • ใช้ฝ้าฉาบเรียบที่ไม่มีช่องเปิด รอยต่อหรือช่องเปิดเยอะมักกันเสียงได้น้อย
  • หลีกเลี่ยงโคมดาวน์ไลต์ที่ฝังฝ้า เปลี่ยนเป็นโคมติดลอยที่เจาะเพียงรูสายไฟ
  • ถ้าเสียงดังมาก พิจารณาฝ้าสองชั้นที่แยกโครงกัน และใส่ฉนวนระหว่างชั้น ซึ่งต้องออกแบบโครงให้รับน้ำหนักได้และต้องเหลือความสูงห้องพอใช้งาน

ถ้าปัญหาคือเสียงฝนบนหลังคาเหล็ก ดู เสียงฝนตกบนหลังคาเมทัลชีท

ช่องแอร์และช่องระบายอากาศ

การกันเสียงจากภายนอกได้ผลเมื่อปิดหน้าต่าง ห้องจึงต้องมีวิธีระบายอากาศและปรับอากาศที่ไม่ต้องเปิดหน้าต่าง โครงการลดเสียงเครื่องบินรอบสนามบินในต่างประเทศจึงรวมงานระบบระบายอากาศและปรับอากาศไว้ด้วย จุดที่ควรตรวจ:

  • ช่องเจาะผนังสำหรับท่อน้ำยาแอร์ ต้องอุดรอบท่อให้สนิท
  • พัดลมระบายอากาศ ช่องลม หรือเกล็ดระบายอากาศที่เปิดออกนอกบ้านโดยตรง เป็นทางให้เสียงเข้าได้
  • ถ้าจำเป็นต้องมีช่องลม ควรให้ผู้ออกแบบพิจารณาช่องลมแบบลดเสียงหรือเส้นทางลมที่อ้อมและบุวัสดุซับเสียง

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย

ควรประเมินหน้างานก่อน

ผลกันเสียงเป็นผลของทั้งห้อง ทั้งหน้าต่าง ประตู ผนัง ฝ้า หลังคา และช่องเปิด ไม่มีวัสดุตัวใดตัวหนึ่งแก้ได้ทั้งหมด ก่อนลงทุน ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์ดูว่าเสียงเข้าทางไหนเป็นหลัก เสียงดังแค่ไหน และช่วงไหนของวัน แล้วจึงเลือกว่าจะแก้จุดใดก่อน ถ้าจะทำผนังเบาเสริม อ่าน ข้อควรรู้ก่อนใส่ฉนวนในผนังเบา และ ช่องว่างและการอัดฉนวน

แหล่งอ้างอิง

  • National Research Council Canada — Canadian Building Digest CBD-240, Sound Transmission Through Windows (J.D. Quirt, 1988)
  • ASTM E1332 — Standard Classification for Rating Outdoor-Indoor Sound Attenuation (OITC)
  • Penn State University NoiseQuest (ร่วมกับ FAA) — What to Do About Noise? Residential Sound Insulation
  • National Research Council Canada — Construction Technology Update No. 1, Control of Sound Transmission through Gypsum Board Walls (Warnock & Quirt, 1997)

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

หมวดสินค้าและตัวอย่างสินค้าที่ใช้กับเรื่องนี้

  • ISO NOISE Standard — กรุในผนังเบาที่ใช้ปิดช่องหน้าต่างหรือเสริมผนัง หนา 50 มม. หุ้มถุง PE
  • ISO NOISE Premium — ใยโพลีเอสเตอร์ 100% สำหรับโพรงผนังและฝ้า ภายนอกอาคารควรสอบถามก่อนใช้
  • ROCKWOOL Safe 'n' Silent Pro — ใยหินสำหรับโพรงผนังและโพรงฝ้า เมื่อต้องเสริมผนังหรือฝ้าของห้องนอน
  • SCG Cylence ZoundBlock — ใยแก้วหุ้มวัสดุกันความชื้น ใส่โพรงผนังเบาหรือผนังก่อที่เสริมเพิ่ม

ความรู้ที่เกี่ยวข้อง