กันเสียงจากภายนอก (ถนน ทางด่วน เครื่องบิน) เข้าห้องนอนอย่างไร?

เสียงจากภายนอกส่วนใหญ่เข้าห้องทางจุดที่อ่อนที่สุด คือหน้าต่าง ประตู และรอยรั่วรอบวงกบหรือช่องแอร์ จึงควรแก้ที่จุดเหล่านี้ก่อน ด้วยการปิดรอยรั่ว เพิ่มหน้าต่างหรือประตูอีกชั้นโดยเว้นช่องอากาศ หรือปิดหน้าต่างที่ไม่ใช้ด้วยผนังเบาที่ใส่ฉนวนในโพรง ถ้าเสียงดังมาก เช่น เครื่องบินหรือรถบรรทุก ต้องพิจารณาผนังและฝ้าหรือหลังคาด้วย ส่วนแผ่นซับเสียงที่ติดในห้องไม่ได้กันเสียงจากข้างนอก
ทำไมเสียงข้างนอกถึงเข้าห้องได้ง่าย
เสียงเข้าห้องได้พร้อมกันหลายทาง: ผ่านกระจก ผ่านบานประตู ผ่านผนัง ผ่านหลังคาและฝ้า และลอดผ่านรอยรั่วทุกจุดที่อากาศผ่านได้ ระดับเสียงที่ได้ยินในห้องคือผลรวมของทุกทาง ดังนั้นทางที่อ่อนที่สุดจะเป็นตัวกำหนดผล ถ้าผนังปูนหนาแต่หน้าต่างบานเลื่อนปิดไม่สนิท เสียงก็ยังเข้าทางหน้าต่างอยู่ดี
จากประสบการณ์หน้างาน ห้องนอนที่มีปัญหาเสียงจากถนนหรือเครื่องบินมักมีลักษณะคล้ายกัน:
- หน้าต่างบานเลื่อนที่มีร่องรอบบาน ปิดแล้วอากาศยังผ่านได้
- ประตูที่เปิดออกภายนอกหรือระเบียงอยู่ในห้องนอนโดยตรง
- ช่องเปิดรอบท่อแอร์ ช่องระบายอากาศ ที่ไม่ได้อุดให้สนิท
- ฝ้าชั้นเดียวใต้หลังคากระเบื้อง ซึ่งมีรอยต่อให้เสียงผ่านได้ และเจาะช่องโคมดาวน์ไลต์ไว้หลายจุด
เสียงแบบไหนกันยาก
เสียงจากการจราจร รถบรรทุก รถไฟ และเครื่องบินมีเสียงความถี่ต่ำ (เสียงทุ้ม เสียงหึ่ง) ค่อนข้างมาก เสียงความถี่ต่ำผ่านกระจกและผนังเบาได้ง่ายกว่าเสียงแหลม และแก้ยากกว่า เพราะต้องอาศัยมวลที่มากขึ้นและช่องอากาศที่กว้างขึ้น
ด้วยเหตุนี้จึงมีค่าอีกตัวสำหรับเสียงภายนอกโดยเฉพาะ คือ OITC (Outdoor-Indoor Transmission Class) ตามมาตรฐาน ASTM E1332 ซึ่งคิดจากสเปกตรัมเสียงของการคมนาคม (เครื่องบินขึ้น การจราจรบนถนน และหัวรถจักรดีเซล) และครอบคลุมความถี่ต่ำกว่าค่า STC ปกติ ถ้าผู้ผลิตหน้าต่างหรือระบบผนังมีทั้งค่า STC และ OITC ค่า OITC จะสะท้อนการกันเสียงจราจรหรือเครื่องบินได้ใกล้เคียงกว่า และค่า STC หรือ OITC เป็นค่าของชิ้นส่วนหรือระบบที่ทดสอบ ไม่ใช่ของวัสดุชิ้นเดียว อ่านเพิ่มที่ ค่า STC และ Rw คืออะไร
การกันเสียงช่วยลดเสียงภายนอกให้เบาลงจนรบกวนน้อยลง แต่แทบไม่มีทางทำให้เงียบสนิท โดยเฉพาะเสียงทุ้มจากเครื่องบินหรือรถใหญ่ ผลที่ได้ขึ้นกับระดับเสียงข้างนอก สภาพห้องเดิม และงานทุกส่วนที่ทำร่วมกัน
ควรแก้จุดไหนก่อน
ลำดับที่มักคุ้มที่สุดคือเริ่มจากจุดอ่อนที่สุดก่อน:
- อุดรอยรั่ว — ขอบวงกบ ร่องบานเลื่อน ช่องท่อแอร์ ช่องสายไฟ ช่องใต้ประตู ใช้ยางหรือเส้นซีลที่ปิดได้แนบ และวัสดุยาแนวที่ยืดหยุ่น
- หน้าต่างและประตู — เพิ่มอีกชั้นหรือเปลี่ยนเป็นแบบกันเสียง (รายละเอียดด้านล่าง)
- ผนัง — ผนังด้านที่หันไปทางถนนหรือแหล่งเสียง อาจเสริมผนังเบาอีกชั้นด้านใน
- ฝ้าและหลังคา — สำคัญมากสำหรับเสียงเครื่องบินและห้องชั้นบนสุดที่ใต้หลังคาเป็นโถงโล่ง
ถ้าแก้ผนังหรือฝ้าก่อนแต่หน้าต่างยังรั่ว มักรู้สึกว่าเสียงลดลงไม่มาก เพราะเสียงยังเข้าทางหน้าต่าง
หน้าต่าง: จุดที่มักอ่อนที่สุด
หน้าต่างอีกชั้นที่มีช่องอากาศกว้าง
งานวิจัยของ National Research Council Canada (NRC) อธิบายว่ากระจกสองชั้นที่ช่องอากาศแคบ (เช่น กระจกฉนวนสำเร็จรูปบางแบบ) กันเสียงได้ดีกว่ากระจกชั้นเดียวเพียงเล็กน้อย เพราะอากาศในช่องทำตัวเหมือนสปริงส่งแรงสั่นจากแผ่นหนึ่งไปอีกแผ่น และจุดอ่อนนี้ตกอยู่ในช่วงความถี่ที่เสียงจราจรและเครื่องบินมีมาก เมื่อช่องอากาศกว้างขึ้น ผลกันเสียงจะดีขึ้นชัดเจน
ในทางปฏิบัติจึงนิยมติดหน้าต่างกันเสียงอีกชุดซ้อนด้านใน โดยเก็บหน้าต่างเดิมไว้ ให้มีช่องอากาศกว้างระหว่างสองชุด ข้อดีคือไม่ต้องรื้อของเดิม ซึ่งอาจทำให้ผนังเสียหาย และเหมาะกับคอนโดหรืออาคารที่ห้ามเปลี่ยนหน้าต่างด้านนอก
เลือกหน้าต่างกันเสียงอย่างไร
- ปิดได้แนบสนิท — บานเปิดที่กดบานเข้าหายางรอบวงกบมักปิดได้แน่นกว่าบานเลื่อน หน้าต่างที่เปิดได้ถึงมีซีลดีก็ยังกันเสียงได้น้อยกว่าบานตายแบบเดียวกัน
- กระจก — กระจกที่หนาหรือหนักกว่าช่วยได้ แต่ได้ผลจำกัดเพราะความแข็งของกระจกเอง กระจกลามิเนตช่วยลดจุดอ่อนในช่วงเสียงแหลมได้ แต่ไม่ได้แก้เสียงทุ้มโดยตรง
- กรอบและการติดตั้ง — กรอบที่เบาหรือบางเกินไปอาจกลายเป็นทางผ่านของเสียง และต้องยาแนวรอบวงกบกับผนังให้สนิทหลังติดตั้ง
- ขนาด — หน้าต่างยิ่งใหญ่ เสียงยิ่งเข้าได้มาก ใช้ขนาดเท่าที่จำเป็นต่อแสงและการใช้งาน
ขอค่า STC หรือ OITC ของหน้าต่างรุ่นนั้นทั้งชุดจากผู้ผลิต อย่าดูแค่ความหนากระจก
ถ้าไม่ได้ใช้หน้าต่างบานนั้นเลย
ถ้าหน้าต่างหรือประตูบานใดไม่จำเป็นต่อแสงหรือทางออก การปิดทับด้วยผนังเบามักกันเสียงได้ดีกว่าการติดหน้าต่างกันเสียงอีกชุด และประหยัดกว่า วิธีทั่วไปคือ:
- ปิดช่องหน้าต่างด้วยแผ่นยิปซัมก่อนหนึ่งชั้น
- ตั้งโครงผนังเบาด้านใน
- ใส่ฉนวนใยแก้วหรือใยหินในโพรงให้เต็มหน้า
- ปิดด้วยแผ่นผนังตามที่ระบบกำหนด (มักใช้แผ่นยิปซัมหลายชั้น) ฉาบรอยต่อทุกชั้น และยาแนวขอบรอบผนังให้สนิท
ข้อเสียคือห้องจะเสียแสงและการระบายอากาศทางหน้าต่าง ถ้ายังต้องการแสง ให้ทำผนังเสริมแล้วเว้นช่องติดหน้าต่างกันเสียงขนาดเล็กเท่าที่จำเป็นแทน
อย่าลืมทางออกฉุกเฉิน
ก่อนปิดหน้าต่างถาวร ตรวจว่าห้องยังมีทางออกและการระบายอากาศเพียงพอ และเป็นไปตามข้อกำหนดของอาคารหรือนิติบุคคล งานรื้อหรือย้ายแอร์ให้ช่างที่มีคุณสมบัติเป็นผู้ทำ
ประตูที่เปิดออกภายนอก
ประตูบานเลื่อนออกระเบียงหรือประตูที่เปิดออกนอกบ้านเป็นจุดอ่อนแบบเดียวกับหน้าต่าง วิธีที่ใช้บ่อยคือติดประตูกันเสียงอีกบานซ้อนด้านใน โดยยังเปิดออกไปใช้ประตูเดิมได้ ประตูกันเสียงต้องมีซีลรอบบานและที่ขอบล่าง ดูเพิ่มที่ ประตูกันเสียง ถ้ากำลังสร้างบ้านใหม่ การวางประตูออกภายนอกไว้นอกห้องนอนจะช่วยได้มาก
ผนัง ฝ้า และหลังคา
ผนัง
ผนังก่อที่หนักและแน่นกันเสียงได้ดีกว่าผนังเบา ถ้าหน้าต่างและรอยรั่วแก้แล้วแต่ยังได้ยินเสียงผ่านผนัง อาจเสริมผนังเบาอีกชั้นด้านใน โดยตั้งโครงแยกจากผนังเดิม ใส่ฉนวนในโพรง และปิดแผ่นผนังให้สนิท ผนังเสริมนี้ยังใช้เป็นที่ติดวงกบหน้าต่างหรือประตูกันเสียงชุดใหม่ได้ด้วย หลักการที่ฉนวนในโพรงช่วยได้อธิบายไว้ใน ทำไมใส่ฉนวนในโพรงผนังแล้วกันเสียงได้ดีขึ้น
ฝ้าและหลังคา
เสียงเครื่องบินมาจากด้านบน หลังคาจึงรับพลังงานเสียงมาก หลังคากระเบื้องมีรอยต่อที่เสียงผ่านได้ ถ้าฝ้าเป็นแผ่นบางชั้นเดียว เสียงจะเข้าห้องง่าย แนวทางที่ใช้กันคือ:
- ใช้ฝ้าฉาบเรียบที่ไม่มีช่องเปิด รอยต่อหรือช่องเปิดเยอะมักกันเสียงได้น้อย
- หลีกเลี่ยงโคมดาวน์ไลต์ที่ฝังฝ้า เปลี่ยนเป็นโคมติดลอยที่เจาะเพียงรูสายไฟ
- ถ้าเสียงดังมาก พิจารณาฝ้าสองชั้นที่แยกโครงกัน และใส่ฉนวนระหว่างชั้น ซึ่งต้องออกแบบโครงให้รับน้ำหนักได้และต้องเหลือความสูงห้องพอใช้งาน
ถ้าปัญหาคือเสียงฝนบนหลังคาเหล็ก ดู เสียงฝนตกบนหลังคาเมทัลชีท
ช่องแอร์และช่องระบายอากาศ
การกันเสียงจากภายนอกได้ผลเมื่อปิดหน้าต่าง ห้องจึงต้องมีวิธีระบายอากาศและปรับอากาศที่ไม่ต้องเปิดหน้าต่าง โครงการลดเสียงเครื่องบินรอบสนามบินในต่างประเทศจึงรวมงานระบบระบายอากาศและปรับอากาศไว้ด้วย จุดที่ควรตรวจ:
- ช่องเจาะผนังสำหรับท่อน้ำยาแอร์ ต้องอุดรอบท่อให้สนิท
- พัดลมระบายอากาศ ช่องลม หรือเกล็ดระบายอากาศที่เปิดออกนอกบ้านโดยตรง เป็นทางให้เสียงเข้าได้
- ถ้าจำเป็นต้องมีช่องลม ควรให้ผู้ออกแบบพิจารณาช่องลมแบบลดเสียงหรือเส้นทางลมที่อ้อมและบุวัสดุซับเสียง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
- ติดแผ่นซับเสียงหรือโฟมบนผนังเพื่อกันเสียงรถ — แผ่นซับเสียงลดเสียงก้องในห้อง แต่ไม่ได้หยุดเสียงที่ผ่านเข้ามา อ่าน แผ่นซับเสียงกันเสียงได้ไหม และ กันเสียงกับซับเสียงต่างกันอย่างไร
- เปลี่ยนหน้าต่างใหม่อย่างเดียวแล้วคาดว่าจะเงียบ — ถ้าผนัง ฝ้า หรือรอยรั่วอื่นยังอ่อน เสียงจะยังเข้าทางนั้น และหน้าต่างชุดเดียวมักสู้การมีสองชุดที่มีช่องอากาศกว้างไม่ได้
- ใส่ฉนวนในผนังแต่ไม่ปิดรอยรั่ว — ช่องเล็ก ๆ รอบขอบผนังหรือปลั๊กไฟทำให้ผลลดลงมาก ดู เสียงผ่านผนังและเสียงเล็ดลอดทางอ้อม (Flanking)
แผ่นซับเสียงช่วยให้ห้องไม่ก้อง แต่ไม่ได้กั้นเสียงไม่ให้ผ่านผนัง
ควรประเมินหน้างานก่อน
ผลกันเสียงเป็นผลของทั้งห้อง ทั้งหน้าต่าง ประตู ผนัง ฝ้า หลังคา และช่องเปิด ไม่มีวัสดุตัวใดตัวหนึ่งแก้ได้ทั้งหมด ก่อนลงทุน ควรให้ผู้ที่มีประสบการณ์ดูว่าเสียงเข้าทางไหนเป็นหลัก เสียงดังแค่ไหน และช่วงไหนของวัน แล้วจึงเลือกว่าจะแก้จุดใดก่อน ถ้าจะทำผนังเบาเสริม อ่าน ข้อควรรู้ก่อนใส่ฉนวนในผนังเบา และ ช่องว่างและการอัดฉนวน
แหล่งอ้างอิง
- National Research Council Canada — Canadian Building Digest CBD-240, Sound Transmission Through Windows (J.D. Quirt, 1988)
- ASTM E1332 — Standard Classification for Rating Outdoor-Indoor Sound Attenuation (OITC)
- Penn State University NoiseQuest (ร่วมกับ FAA) — What to Do About Noise? Residential Sound Insulation
- National Research Council Canada — Construction Technology Update No. 1, Control of Sound Transmission through Gypsum Board Walls (Warnock & Quirt, 1997)
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
หมวดสินค้าและตัวอย่างสินค้าที่ใช้กับเรื่องนี้
- ISO NOISE Standard — กรุในผนังเบาที่ใช้ปิดช่องหน้าต่างหรือเสริมผนัง หนา 50 มม. หุ้มถุง PE
- ISO NOISE Premium — ใยโพลีเอสเตอร์ 100% สำหรับโพรงผนังและฝ้า ภายนอกอาคารควรสอบถามก่อนใช้
- ROCKWOOL Safe 'n' Silent Pro — ใยหินสำหรับโพรงผนังและโพรงฝ้า เมื่อต้องเสริมผนังหรือฝ้าของห้องนอน
- SCG Cylence ZoundBlock — ใยแก้วหุ้มวัสดุกันความชื้น ใส่โพรงผนังเบาหรือผนังก่อที่เสริมเพิ่ม
ฉนวนกันเสียง · ใยหิน
ROCKWOOL Safe 'n' Silent Pro
- ความหนา
- 25–100 mm
- ความหนาแน่น
- 40–100 kg/m³
- ค่าการดูดซับเสียง (NRC)
- 0.90–1.00
ฉนวนกันเสียง · ใยแก้ว
SCG Cylence ZoundBlock
- ความหนา
- 50–100 mm
- ความหนาแน่น
- 32 kg/m³
- ค่าการนำความร้อน (λ)
- ≤ 0.033 W/m·K



