ฉนวนงานอุตสาหกรรมและอุณหภูมิสูง · ใยหิน
ROCKWOOL ProRox PS
- ทนอุณหภูมิถึง
- 650 °C
- ความหนาแน่น
- 120–150 kg/m³
- ค่าการนำความร้อน (λ)
- 0.037–0.038 W/m·K (50°C)
ความร้อน
เสียงเข้า–เสียงออก (กันเสียง)
ห้องก้อง (ซับเสียง)

การกัดกร่อนใต้ฉนวน (Corrosion Under Insulation, CUI) คือการที่ผิวท่อหรืออุปกรณ์โลหะเป็นสนิมหรือแตกร้าวอยู่ใต้ชั้นฉนวน เพราะมีน้ำเข้าไปค้างอยู่ระหว่างฉนวนกับโลหะ ปัญหานี้มองไม่เห็นจากภายนอกจนกว่าจะรื้อฉนวนหรือเกิดการรั่ว การป้องกันต้องทำเป็นระบบ คือ สีเคลือบผิวโลหะ ฉนวนที่ดูดซับน้ำต่ำและแห้งเร็ว เปลือกหุ้มที่กันน้ำได้จริง และแผนตรวจสอบบำรุงรักษา ไม่มีวัสดุชิ้นใดชิ้นเดียวที่แก้ได้ทั้งหมด
เหล็กกล้าคาร์บอนเป็นสนิมเมื่อสัมผัสน้ำและมีออกซิเจน ท่อที่หุ้มฉนวนมักมีช่องว่างเล็ก ๆ ระหว่างฉนวนกับผิวโลหะ เมื่อน้ำเข้าไปได้ก็จะค้างอยู่ตรงนั้น ฉนวนทำให้น้ำระเหยออกช้าลง ผิวโลหะจึงเปียกนานกว่าท่อเปลือย ยิ่งผิวเปียกนาน ความเสียหายยิ่งมาก
เอกสารของสมาคมฉนวนแห่งสหรัฐฯ (NIA) สรุปบทบาทของฉนวนไว้สามข้อ คือ ทำให้เกิดช่องที่กักน้ำได้ อาจดูดซับหรือนำพาน้ำไปยังผิวโลหะ และบางชนิดอาจมีสารปนเปื้อนที่เร่งการกัดกร่อน
หน่วยงานความปลอดภัยของสหราชอาณาจักร (HSE) และ NIA ระบุเส้นทางที่พบบ่อยไว้ใกล้เคียงกัน
น้ำที่เข้าไปมักไหลไปรวมที่จุดต่ำและจุดที่ผิวไม่ต่อเนื่อง เช่น ฐานถัง ขายึดท่อ ด้านล่างของท่อแนวนอนและข้องอ แหวนรองรับฉนวน และท่อระบาย จุดเหล่านี้จึงเป็นจุดที่ควรตรวจก่อน
เอกสารของ ROCKWOOL ระบุตรงไปตรงมาว่า การที่น้ำเข้าฉนวนเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด และเกิดได้กับฉนวนทุกชนิด การออกแบบจึงต้องคิดทั้ง "กันน้ำเข้า" และ "ให้น้ำที่เข้าไปแล้วออกได้และแห้งเร็ว"
ตัวเลขช่วงอุณหภูมิในแต่ละเอกสารไม่ตรงกันทุกจุด จึงควรใช้ค่าจากมาตรฐานที่โครงการของคุณอ้างอิงเท่านั้น ตัวอย่างที่เราเปิดอ่าน
สิ่งที่ตรงกันในทุกเอกสารคือ ระบบที่อุณหภูมิขึ้นลงสลับกัน หรือหยุดเดินเป็นช่วง ๆ เสี่ยงกว่าระบบที่ร้อนคงที่ เพราะผิวโลหะมีโอกาสเปียกซ้ำบ่อย ท่อที่ร้อนมากตลอดเวลาจะไล่น้ำออกได้ แต่ช่วงเริ่มเดินและหยุดเดินก็ยังผ่านช่วงเสี่ยงอยู่ดี
สแตนเลสออสเทนนิติก (เช่น เกรด 304/316) ไม่ได้เป็นสนิมแบบเหล็กทั่วไป แต่เสี่ยงต่อการแตกร้าวจากการกัดกร่อนภายใต้ความเค้นโดยคลอไรด์ที่ผิวนอก (External Chloride Stress Corrosion Cracking) น้ำที่ซึมเข้ามาพาคลอไรด์มาด้วย เมื่อน้ำระเหยบนผิวร้อน คลอไรด์จะเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับที่ทำให้โลหะที่มีความเค้นแตกร้าวได้
คลอไรด์มาจากสองทาง คือจากตัวฉนวนเอง และจากภายนอก เช่น ฝน ไอทะเล น้ำล้าง หรือน้ำจากระบบดับเพลิง ดังนั้น
เอกสาร API RP 583 และ NACE SP0198 มองเรื่องนี้เป็นระบบที่มีหลายชั้นป้องกัน ไม่ใช่การเลือกวัสดุอย่างเดียว
บทความของ NIA ระบุว่าสีเคลือบป้องกัน (Protective Coating) ถือเป็นวิธีป้องกันพื้นฐาน เพราะเป็นชั้นสุดท้ายที่กั้นระหว่างน้ำกับโลหะ ชนิดของสีต้องเลือกตามวัสดุท่อและอุณหภูมิใช้งาน ซึ่งเป็นงานของผู้ออกแบบและผู้ผลิตสี
สำหรับงานร้อน ฉนวนใยหินที่ผลิตด้วยสารยึดเกาะกันน้ำเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณา
ค่าการดูดซับน้ำเป็นผลทดสอบของตัววัสดุ ไม่ได้หมายความว่าระบบจะไม่เกิด CUI อ่านเพิ่มที่ ฉนวนกับความชื้นและการกันน้ำ
อ่านเพิ่มที่ การปิดรอยต่อฉนวน
เปลือกหุ้มและซีลแลนต์เสื่อมตามเวลา จึงต้องมีแผนตรวจ API RP 583 แนะนำให้จัดลำดับตามความเสี่ยง (Risk-Based Inspection) โดยดูอายุอุปกรณ์ ชนิดสีเคลือบ ตำแหน่ง อุณหภูมิใช้งาน และผลที่ตามมาหากรั่ว การตรวจด้วยสายตาโดยผู้ที่ผ่านการฝึกยังเป็นพื้นฐาน เสริมด้วยวิธีตรวจแบบไม่ทำลายตามที่ผู้เชี่ยวชาญเลือก
CUI เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของท่อและภาชนะรับแรงดัน การเลือกระบบสีเคลือบ ฉนวน เปลือกหุ้ม และแผนตรวจสอบ ควรทำโดยวิศวกรและผู้ตรวจสอบที่มีคุณสมบัติ ตามมาตรฐานที่โรงงานของคุณใช้ เราให้ข้อมูลสินค้าและเอกสารผู้ผลิตประกอบการตัดสินใจได้ แต่ไม่ได้ออกแบบระบบป้องกันการกัดกร่อน
อ่านต่อ: เลือกฉนวนสำหรับงานอุณหภูมิสูง · ฉนวนท่อน้ำร้อนและท่อไอน้ำ
หมวดสินค้าและตัวอย่างสินค้าที่ใช้กับเรื่องนี้
ฉนวนงานอุตสาหกรรมและอุณหภูมิสูง · ใยหิน
ฉนวนงานอุตสาหกรรมและอุณหภูมิสูง · ใยหิน
ฉนวนงานอุตสาหกรรมและอุณหภูมิสูง · แคลเซียมซิลิเกต
ตรวจข้อความด้านล่างแล้วกด “เปิด LINE” — บนมือถือ LINE จะเปิดพร้อมข้อความนี้ บนคอมพิวเตอร์ LINE จะแสดง QR ให้สแกนด้วยมือถือ หากเปิด LINE ไม่ได้ ให้คัดลอกข้อความไปวางในแชท หรือโทรหาเรา
เพิ่มเพื่อน LINE: @x2525 · โทร 062-195-1909